กาแฟ ประโยชน์และโทษต่อสุขภาพที่ควรรู้

Coffee-1

กาแฟ หนึ่งในเครื่องดื่มยอดนิยมที่หลายคนดื่มในยามเช้าหรือยามง่วงนอน เพื่อปลุกสมองให้ตื่นตัว คลายความเหนื่อยล้าทั้งทางกายและทางจิตใจ และนอกจากประโยชน์ที่คุ้นเคยกันนี้ เชื่อว่ากาแฟยังอาจมีประโยชน์ทางการแพทย์ด้านอื่น ๆอีกมากมาย เช่น ป้องกันโรคพาร์กินสัน โรคนิ่วในถุงน้ำดี โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เก๊าท์ อัลไซเมอร์ หืด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งปอด และมะเร็งเต้านม เป็นต้น

ทั้งนี้สรรพคุณทางการแพทย์และทางสุขภาพของกาแฟนั้นเชื่อว่ามาจากคาเฟอีน สารกระตุ้นที่พบได้สูงจากกาแฟที่มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง หัวใจ และกล้ามเนื้อ
การศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพของกาแฟในการป้องกันและรักษาโรคส่วนใหญ่จึงมุ่งไปที่สารคาเฟอีนในกาแฟเป็นหลัก โดยกาแฟสำเร็จรูปโดยทั่วไป 1 แก้วประกอบด้วยคาเฟอีนประมาณ 85-100 มิลลิกรัม แต่หากเป็นกาแฟชงสดจะมีคาเฟอีน 100-150 มิลลิกรัมต่อแก้ว ส่วนกาแฟที่ผ่านการลดคาเฟอีนนั้นก็ยังคงมีคาเฟอีนประมาณ 8 มิลลิกรัมต่อแก้ว ทั้งนี้กาแฟที่ผ่านกระบวนการคั่วจนเข้มจะมีคาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟสีอ่อน

ประโยชน์ของกาแฟที่มีต่อสุขภาพ

ประโยชน์ที่น่าจะได้ผล (Likely effective)

เพิ่มความตื่นตัวของสมอง การดื่มกาแฟ ชา และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทั้งหลายตลอดวันดูเหมือนจะช่วยเพิ่มความตื่นตัวของร่างกายและสมอง ปลุกความสดชื่นให้สมองปลอดโปร่ง โดยหลายงานวิจัยชี้ว่าการได้รับคาเฟอีนสามารถช่วยเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าในระหว่างวัน เช่น การศึกษาหนึ่งที่ให้ผู้เข้าร่วมทดลองสุขภาพดีรับคาเฟอีน 250 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ตอน 9 โมงเช้าและบ่ายโมง เป็นเวลานาน 3 วัน ซึ่งพบว่าคาเฟอีนช่วยลดความง่วง เพิ่มความตื่นตัวและความจดจ่อในช่วงระหว่างวันได้ดี

นอกจากนี้กาแฟยังเป็นตัวเลือกของผู้ที่อดนอนหรือนอนไม่เต็มอิ่มในคืนก่อนแล้วยังต้องการความตื่นตัวในวันต่อไป มีการศึกษาประสิทธิภาพของการดื่มกาแฟในชายสุขภาพดีที่อดนอนเป็นเวลา 48 ชั่วโมง พบว่าคาเฟอีนช่วยเพิ่มความตื่นตัวและคลายความอ่อนล้าจากการอดนอนได้อย่างดี ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีการศึกษาพบว่าการผสมคาเฟอีนเข้ากับน้ำตาลเป็นเครื่องดื่มชูกำลังยังน่าจะช่วยเพิ่มความสามารถในการใช้ความคิดและการทำงานของสมองได้มากกว่าการได้รับกลูโคสหรือคาเฟอีนเพียงอย่างเดียว

ประโยชน์ที่อาจได้ผล (Possibly effective)

ป้องกันหรือชะลอการเกิดโรคพาร์กินสัน ภาวะอาการที่ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวผิดปกติและมีอาการสั่นตามร่างกายที่ไม่สามารถควบคุมได้เนื่องจากการเสื่อมหรือเสียหายของเซลล์สมองชนิดนี้ งานวิจัยพบว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนอย่างกาแฟ ชา และน้ำอัดลมเป็นประจำนั้นมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคได้ การศึกษาหนึ่งที่สนับสนุนสรรพคุณข้อนี้ของคาเฟอีน ทดลองให้อาสาสมัคร 317 คนดื่มกาแฟและเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่มีคาเฟอีน ผลลัพธ์พบว่าการได้รับคาเฟอีนในปริมาณสูงมีความสัมพันธ์กับอัตราความเสี่ยงต่อโรคพาร์กินสันที่น้อยลงทั้งในเพศชายและเพศหญิง

ทั้งนี้จากงานวิจัยทั้งหมดที่มี ประสิทธิภาพของคาเฟอีนในการลดความเสี่ยงโรคพาร์กินสันในเพศชายจะขึ้นอยู่กับปริมาณกาแฟที่ได้รับ โดยการดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีน 3-4 แก้วต่อวันนั้นพบว่าช่วยให้ความเสี่ยงลดน้อยลงมาก แต่การดื่มเพียง 1-2 แก้วต่อวันก็ช่วยลดอัตราเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

สำหรับผู้หญิง ปริมาณคาเฟอีนที่ได้รับไม่ได้มีผลต่อระดับความเสี่ยงมากนัก โดยการดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีน 1-3 แก้วต่อวันจะให้ผลดีที่สุดในการรับมือกับโรคพาร์กินสัน นอกจากนี้ผลการศึกษาที่น่าสนใจยังพบว่าการดื่มกาแฟจะไม่มีผลต่อการลดโอกาสเสี่ยงจากโรคนี้ในผู้ที่มีพฤติกรรมสูบบุหรี่ทั้งเพศชายและเพศหญิง

ป้องกันโรคนิ่วในถุงน้ำดี การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอย่างกาแฟอย่างน้อยวันละ 400 มิลลิกรัมดูเหมือนจะมีส่วนช่วยลดการเกิดโรคนี้ได้ โดยจากการศึกษาในผู้ที่ไม่เคยมีประวัติป่วยด้วยโรคนิ่วในถุงน้ำดีมาก่อนจำนวนหลายพันคน ปรากฏว่าความเสี่ยงต่อโรคทั้งชายและหญิงจะยิ่งลดลงเมื่อได้รับคาเฟอีนในปริมาณที่มากขึ้น โดยการดื่มกาแฟวันละ 800 มิลลิกรัม หรือเทียบเท่ากับกาแฟประมาณ 4 แก้วขึ้นไปต่อวันจะให้ผลดีในการป้องกันการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้ดีที่สุด

ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง งานวิจัยหนึ่งที่มีผู้เข้าร่วมทดลอง 5,145 คน ดื่มกาแฟวันละ 1 หน่วยบริโภค วันละไม่เกิน 2 หน่วยบริโภค วันละ 2-2.5 หน่วยบริโภค หรือวันละ 2.5 หน่วยบริโภคขึ้นไป ผลการศึกษาชี้ว่าปริมาณการดื่มกาแฟที่มากขึ้นจะยิ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง และยังมีบางงานวิจัยที่กล่าวแนะนำประสิทธิภาพของกาแฟต่อการป้องกันโรคนี้ว่าการรับประทานกาแฟวันละ 3 แก้วอาจช่วยลดโอกาสเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงได้อย่างมีนัยสำคัญ

ทว่าผลการศึกษาที่เป็นไปในทางตรงข้ามก็มีเช่นกัน โดยมีการรวบรวมข้อมูลที่เกิดขึ้นก่อนหน้างานวิจัยข้างต้น ผลสรุปว่าการบริโภคกาแฟหรือชาที่มีคาเฟอีนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง แต่การบริโภคกาแฟที่ผ่านการลดคาเฟอีนแล้วต่างหากที่มีความสัมพันธ์กับอัตราการเกิดโรคที่ลดลง ผลการศึกษาเกี่ยวกับสรรพคุณในด้านนี้ของกาแฟจึงยังมีความขัดแย้งและไม่อาจสรุปได้ชัดเจน

ป้องกันโรคเบาหวาน จากการศึกษาประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 กาแฟอาจมีส่วนช่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ เช่น งานวิจัยหนึ่งที่ศึกษากับผู้ที่ไม่มีโรคเบาหวาน มะเร็ง หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด แล้วพบว่าการดื่มกาแฟในระยะยาวมีส่วนช่วยยับยั้งการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้อย่างมีนัยสำคัญ หรือการทดลองในกลุ่มผู้ที่เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ที่พบว่าการดื่มกาแฟโดยไม่ใส่น้ำตาลหรือครีมเทียมอย่างน้อยวันละ 3 ครั้งต่อวันให้ผลดีที่สุดในการป้องกันการเกิดโรคเบาหวานในกลุ่มที่เสี่ยงต่อโรค

ทั้งนี้การศึกษาเกี่ยวกับการใช้กาแฟป้องกันโรคเบาหวานที่มีนั้นยังพบว่าปริมาณที่ให้ผลดีมีความแตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่มประเทศ เช่น จากการศึกษาในชาวญี่ปุ่น ผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 3 แก้วขึ้นไปจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ลดลง 42 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่มกาแฟเพียงวันละ 1 แก้วหรือน้อยกว่า หรือในยุโรปที่พบว่าการรับประทานกาแฟวันละ 5-6 แก้วจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานในเพศชาย 30 เปอร์เซ็นต์ และเพศหญิง 61 เปอร์เซ็นต์ กาแฟจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคนี้ได้อย่างไร ควรรับประทานเท่าใดจึงจะปลอดภัยนั้นยังคงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป

1-2

ประโยชน์ที่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอจะระบุประสิทธิภาพ brellabee.com

ป้องกันโรคเก๊าท์ บางงานวิจัยแนะนำว่าการดื่มกาแฟอาจช่วยป้องกันการเกิดโรคเก๊าท์ได้ การศึกษาหนึ่งที่สนับสนุนคุณประโยชน์ด้านนี้ของกาแฟทำการทดลองในหญิงและชายจำนวนมาก โดยแบ่งกลุ่มให้ดื่มกาแฟปกติที่มีคาเฟอีน กาแฟที่ผ่านการลดคาเฟอีน ชา และคาเฟอีนอย่างเดียว เป็นเวลานานกว่า 4 ปี ปรากฏว่าการบริโภคกาแฟในระยะยาวมีส่วนช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคเก๊าท์ได้ และพบว่าส่งผลให้ระดับกรดยูริกซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคลดต่ำลง

ทั้งนี้จากการศึกษาไม่พบว่าการดื่มชาหรือคาเฟอีนเพียงอย่างเดียวมีคุณสมบัติป้องกันโรคเก๊าท์ แต่เมื่อเทียบระหว่างกาแฟที่มีคาเฟอีนกับกาแฟที่ผ่านการลดคาเฟอีนแล้ว กาแฟที่มีคาเฟอีนยังคงให้ผลดีกว่าอยู่ดี อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ของกาแฟในด้านนี้ยังนับว่ามีข้อมูลไม่เพียงพอ ทำให้ไม่อาจยืนยันประสิทธิภาพของการรักษาได้แน่ชัด

ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ มีการกล่าวถึงสรรพคุณของคาเฟอีนต่อการชะลอภาวะสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์กันมาก การดื่มกาแฟจะให้ผลดีจริงหรือไม่นั้นก็ยังไม่ทราบแน่ชัด เนื่องจากยังมีการทดลองในด้านนี้ไม่มากนัก ทั้งนี้ได้มีการทบทวนการศึกษาที่ผ่านมา ซึ่ง 3 ใน 5 ให้การสนับสนุนประโยชน์ของกาแฟในการป้องกันภาวะสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์ แต่ 2 ใน 3 งานนั้นเป็นการศึกษาโดยใช้ชาผสมกับกาแฟ ซึ่งคุณประโยชน์ของชาในด้านนี้ก็ยังคลุมเครืออยู่เช่นกัน ส่วนงานวิจัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของกาแฟและโรคนี้โดยตรง กล่าวว่าการดื่มกาแฟวันละ 3-5 แก้วตั้งแต่ในช่วงวัยกลางคนอาจมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ในวัยสูงอายุที่ลดลงประมาณ 65 เปอร์เซ็นต์

ลดอาการปวดศีรษะและไมเกรน หนึ่งในคำแนะนำสำหรับวิธีบรรเทาอาการปวดศีรษะที่อาจเคยได้ยินบ่อยครั้งก็คือการดื่มกาแฟ สาเหตุอาจมาจากการที่คาเฟอีนนั้นมักถูกใช้เป็นส่วนผสมในยาบรรเทาอาการปวดบางชนิด โดยอาจช่วยให้ยามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ทว่าการรับประทานกาแฟที่มีคาเฟอีนนั้นจะช่วยให้หายจากอาการปวดศีรษะได้จริงอย่างที่เชื่อกันหรือไม่ ทางวิทยาศาสตร์เองยังไม่พบคำตอบในเรื่องนี้ ตรงกันข้าม ยังคาดว่าคาเฟอีนอาจเป็นตัวการให้เกิดอาการปวดศีรษะเสียเองได้เช่นกัน

ลดความตึงเครียด ว่ากันว่าการดื่มกาแฟช่วยลดความตึงเครียด แต่หลักฐานการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสรรพคุณลดความเครียดของกาแฟนั้นไม่ยังไม่พบแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ชี้ว่าการได้รับคาเฟอีนอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าในเด็กชั้นมัธยมอีกด้วย

ดีต่อสุขภาพหัวใจ ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่ากาแฟให้คุณหรือให้โทษต่อหัวใจกันแน่ โดยเชื่อว่าในกาแฟนั้นอาจมีสารที่สามารถให้ทั้งประโยชน์และโทษต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด บางงานวิจัยกล่าวว่ากาแฟอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และอีกหลาย ๆ งานที่แนะนำว่าการดื่มกาแฟในปริมาณปานกลางสามารถป้องกันการเกิดโรคนี้ได้ นักวิจัยบางคนจึงคาดว่ากาแฟอาจประกอบด้วยสารอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ เช่น สารต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น

ควบคุมน้ำหนัก กล่าวกันว่ากาแฟสามารถช่วยลดน้ำหนัก ลดความอ้วนได้ สำหรับประโยชน์ของกาแฟในด้านนี้ มีการศึกษาบางงานที่แนะนำว่าการดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทุกวันอาจมีส่วนช่วยควบคุมและลดน้ำหนัก หรือในอีกงานวิจัยหนึ่งที่พบว่ากาแฟหรือคาเฟอีนในกาแฟอาจไปช่วยกระตุ้นอัตราการเผาผลาญและส่งผลให้ทั้งผู้ที่มีน้ำหนักปกติและผู้ที่มีภาวะอ้วนมีน้ำหนักตัวลดลงได้ อย่างไรก็ตาม การศึกษาเหล่านี้ยังเป็นเพียงงานวิจัยที่ทดลองในคนจำนวนไม่มากและมีข้อจำกัดต่าง ๆ ที่ยังเชื่อถือได้ไม่มากพอ

รักษาโรคหืด อีกคุณประโยชน์ของกาแฟที่ยังเป็นที่สงสัยว่าจะมีประสิทธิภาพต่อการรักษาได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งจากการศึกษาที่รวบรวมงานวิจัยด้านนี้ พบว่าคาเฟอีนอาจช่วยให้การทำงานของระบบทางเดินหายใจในผู้ป่วยโรคนี้ดีขึ้นได้ปานกลางนานถึง 4 ชั่วโมง และอาจต้องแนะนำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการได้รับคาเฟอีนก่อนการตรวจการทำงานของปอดเป็นเวลาอย่างน้อย 4 ชั่วโมง เนื่องจากคาเฟอีนอาจทำให้ผลลัพธ์การตรวจคลาดเคลื่อนได้ คาดว่าหากในอนาคตมีการศึกษาเพิ่มเติมคงได้ทราบกันว่ากาแฟส่งผลดีต่อผู้ป่วยโรคหืดจริงหรือไม่

รักษาโรคตับ การดื่มกาแฟอาจยังให้ผลดีต่อผู้ป่วยโรคตับ โดยมีการทบทวนงานวิจัยที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ จากการสรุปข้อมูลที่พบในปัจจุบัน งานวิจัยบางงานกล่าวว่าการดื่มกาแฟอาจมีความสัมพันธ์กับระดับเอนไซม์ตับและผลตรวจการทำงานของตับที่ดียิ่งขึ้นในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคตับทั้งหลาย

ส่วนการดื่มกาแฟในผู้ป่วยโรคตับเรื้อรังนั้นอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตับแข็ง ลดอัตราการเกิดเซลล์มะเร็งตับ และการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคตับแข็ง นอกจากนี้ ด้านการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซี กาแฟก็อาจมีประโยชน์ในการช่วยให้ผลการรักษาระยะยาวดีขึ้น ทว่าผลการศึกษาทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ากาแฟจะมีประโยชน์ทางการแพทย์มากพอที่จะนำมารักษาผู้ป่วยโรคตับได้

ประโยชน์ที่อาจไม่ได้ผล

การป้องกันโรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร จากความเชื่อที่ว่ากาแฟอาจช่วยป้องกันโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นในส่วนต่าง ๆ ของระบบย่อยอาหาร เช่น มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งในกระเพาะอาหาร การพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่พบว่าการดื่มกาแฟหรือชาจะช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งเหล่านี้ได้ ส่วนใหญ่พบว่าการดื่มชาหรือกาแฟไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอัตราการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร หรือมะเร็งหลอดอาหารแต่อย่างใด

การป้องกันมะเร็งเต้านม ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมะเร็งเต้านมของกาแฟอาจไม่เป็นจริง โดยการศึกษาส่วนใหญ่ไม่พบความสัมพันธ์ของอัตราการเกิดโรคนี้ที่ลดลงในผู้ที่บริโภคกาแฟ ดังงานวิจัยหนึ่งที่เผยว่าการดื่มกาแฟไม่ได้ส่งผลให้อัตราความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมในหญิงจำนวน 38,432 คนลดลงจากเดิม

ผลข้างเคียงจากการดื่มกาแฟ

ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดีสามารถดื่มกาแฟได้โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ ทั้งนี้การดื่มกาแฟก็เช่นเดียวกับอาหารหรือสมุนไพรอื่น ๆ ที่อาจมีผลข้างเคียงหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้เมื่อรับประทานเกินพอดี โดยเฉพาะเมื่อใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์บางประการหรือดื่มร่วมกับยาบางชนิด ผู้ใช้จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อความปลอดภัยและพึงระมัดระวังดังนี้

กาแฟประกอบด้วยสารคาเฟอีนที่สามารถก่อให้เกิดอาการนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย กระวนกระวาย อาหารไม่ย่อย คลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว หายใจถี่ และผลข้างเคียงอื่น ๆ
การดื่มกาแฟในปริมาณมากอาจทำให้ปวดศีรษะ กระสับกระส่าย วิตกกังวล ได้ยินเสียงดังในหู หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะได้การได้รับกาแฟวันละ 6 แก้วอาจทำให้เกิดการเสพติดกาแฟ ซึ่งอาจส่งผลให้มีอาการวิตกกังวลหรือกระสับกระส่าย การดื่มกาแฟจนติดเป็นเป็นนิสัยอาจส่งผลให้ขาดกาแฟไม่ได้ และอาจมีอาการที่เกิดจากการขาดคาเฟอีนหากเลิกดื่มกาแฟอย่างฉับพลัน
กาแฟที่ชงแบบไม่กรองอาจมีปริมาณคอเลสเตอรอล ไขมันชนิดไม่ดี และระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์โดยรวมมากกว่ากาแฟชนิดอื่น ซึ่งจะยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ทางที่ดีจึงควรดื่มกาแฟชงแบบกรองเพื่อลดคอเลสเตอรอลเหล่านี้ มีข้อกังวลว่าการดื่มกาแฟมากกว่า 5 แก้วต่อวันอาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยโรคหัวใจ แต่สำหรับผู้ที่ไม่ได้ป่วยด้วยโรคหัวใจนั้น การดื่มกาแฟหลาย ๆ แก้วต่อวันไม่ได้เป็นปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจแต่อย่างใด เป็นที่กังวลเช่นกันว่าการดื่มกาแฟเป็นครั้งคราวอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้ในบางคน นอกจากนี้ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจสูงและดื่มกาแฟทุกวันแต่ไม่เกินวันละ 1 แก้วยังอาจมีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้อหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันสูงขึ้นเช่นกัน โดยจะเกิดขึ้นภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากการดื่มกาแฟ ในขณะที่ผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำในปริมาณที่มากกว่านั้นดูเหมือนจะไม่มีความเสี่ยงต่อภาวะนี้การใช้กาแฟสวนทางทวารอาจไม่ปลอดภัย เพราะสามารถเกิดผลข้างเคียงร้ายแรงตามมาจนถึงขั้นเสียชีวิตได้บุคคลที่ควรระมัดระวังในการดื่มกาแฟ

หญิงที่ตั้งครรภ์ควรได้รับคาเฟอีนไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่ากับกาแฟสำเร็จรูปไม่เกิน 2 แก้ว หรือเท่ากับกาแฟชงสด 1 แก้ว หากได้รับกาแฟมากกว่านี้อาจเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการแท้งบุตร คลอดก่อนกำหนด และทารกมีน้ำหนักตัวแรกคลอดน้อยได้ โดยยิ่งได้รับกาแฟมากเท่าใดก็ยิ่งมีความเสี่ยงสูงขึ้นการดื่มกาแฟวันละ 1-2 แก้วดูเหมือนจะไม่เป็นอันตรายสำหรับแม่ที่ต้องให้นมบุตรและทารก แต่การดื่มกาแฟในปริมาณมากอาจส่งผลต่อระบบย่อยอาหารของทารก อีกทั้งทำให้เด็กนอนไม่หลับและเกิดอาการหงุดหงิดฉุนเฉียวได้การให้เด็กดื่มกาแฟอาจไม่ปลอดภัย เพราะอาจมีผลข้างเคียงจากการดื่มที่รุนแรงมากกว่าในผู้ใหญ่
ผู้ป่วยโรควิตกกังวลอาจมีอาการวิตกกังวลที่แย่ลงได้จากการดื่มกาแฟ
ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการมีเลือดออกผิดปกติ การดื่มกาแฟอาจยิ่งทำให้อาการแย่ลงได้
การดื่มกาแฟต้มจะยิ่งทำให้ได้รับคอเลสเตอรอลและไขมันชนิดอื่น ๆ ในเลือดสูงขึ้น รวมถึงระดับโฮโมซีสเตอีน (Homocysteine) ในร่างกายที่อาจจะสัมพันธ์กับการเกิดโรคหัวใจ และยังมีงานวิจัยที่ชี้ว่าการดื่มกาแฟนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันบางงานวิจัยแนะนำว่าสารคาเฟอีนที่มีอยู่ในกาแฟอาจส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยมีรายงานว่ากาแฟอาจไปเพิ่มหรือลดระดับน้ำตาลในเลือดก็ได้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงควรใช้กาแฟอย่างระมัดระวังและหมั่นตรวจระดับน้ำตาลในเลือดการดื่มกาแฟอาจส่งผลให้ผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูงอยู่แล้วมีระดับความดันโลหิตสูงยิ่งขึ้น ทั้งนี้ผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำอยู่แล้วอาจได้รับผลกระทบนี้น้อยกว่า
ผู้ป่วยโรคต้อหินไม่ควรดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีน เพราะอาจทำให้ความดันภายในดวงตาสูงขึ้น โดยจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่ภายใน 30 นาทีแรกและคงอยู่อย่างน้อย 90 นาทีการดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนอาจทำให้แคลเซียมถูกขับออกทางปัสสาวะมากขึ้นจนกระดูกอ่อนแอลง ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนจึงควรจำกัดปริมาณการดื่มกาแฟในแต่ละวันไม่ให้เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณ 2-3 แก้ว และอาจรับประทานแคลเซียมเสริมเพื่อทดแทนแคลเซียมที่สูญเสียไปผู้ที่มีอาการท้องเสียหรือมีโรคลำไส้แปรปรวนอยู่แล้วไม่ควรรับประทานกาแฟ เพราะสารคาเฟอีนในกาแฟอาจทำให้อาการท้องเสียหรืออาการของโรคแย่ลงกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อได้รับในปริมาณมาก
หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีโรคความผิดปกติเกี่ยวกับการทำงานของวิตามินดีได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ควรระมัดระวังในการดื่มกาแฟเป็นพิเศษ

ปฏิกิริยาของกาแฟกับยารักษาโรค

ห้ามดื่มกาแฟร่วมกับยาเอฟีดรีน (Ephedrine) เพราะยาชนิดนี้มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทเช่นเดียวกับกาแฟ การรับประทานควบคู่กันอาจเกิดผลข้างเคียงร้ายแรงและมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจได้ ทั้งนี้ยังรวมถึงผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตามที่ประกอบด้วยเอฟีดรีน
ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับกาแฟ เพราะแอกอฮอล์อาจกระตุ้นให้ร่างกายย่อยคาเฟอีนรวดเร็วขึ้น ส่งผลให้มีสารคาเฟอีนในเลือดมากเกินไปจนได้รับผลข้างเคียงอย่างอาการสั่นกระตุก ปวดศีรษะ และหัวใจเต้นเร็วยาที่ควรระมัดระวังเมื่อใช้ร่วมกับกาแฟ ได้แก่ ยาอะดีโนซีน อะเลนโดรเนท โคลซาปีน ไดไพริดาโมล ไดซัลฟิแรม เอสโตรเจน ฟลูวอกซามีน เลโวไทรอกซีน ลิเทียม ยาต้านซึมเศร้ากลุ่ม MAOIs ยาต้านซึมเศร้ากลุ่มไตรไซคลิก เพนโทบาร์บิทอล ฟีโนไทอาซีนทีโอฟิลลีน เวอราปามิล ยากระตุ้นระบบประสาท ยาต้านการแข็งตัวของเลือด และยาปฏิชีวนะ
ปริมาณการดื่มกาแฟที่ปลอดภัย

ปริมาณกาแฟที่ใช้รักษาโรคชนิดต่าง ๆ ตามที่มีการศึกษาวิจัยในปัจจุบันและพบว่าใช้ได้อย่างปลอดภัย มีดังนี้

การรักษาอาการปวดศีรษะ ดื่มกาแฟวันละ 250 มิลลิกรัม หรือประมาณ 2 แก้ว
การเพิ่มความรู้สึกตื่นตัว ดื่มกาแฟวันละ 250 มิลลิกรัม หรือประมาณ 2 แก้ว
การป้องกันโรคพาร์กินสัน ดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนวันละ 3-4 แก้ว โดยแต่ละงานวิจัยใช้กาแฟที่มีคาเฟอีนประมาณ 421-2,716 มิลลิกรัม แต่การดื่มประมาณ 124-208 มิลลิกรัม หรือประมาณ 1-2 แก้วก็อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคพาร์กินสันได้อย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน ทั้งนี้สำหรับผู้หญิงควรรับประทานประมาณวันละ 1-3 แก้วจะให้ผลดีที่สุด
การป้องกันโรคนิ่วในถุงน้ำดี ได้รับคาเฟอีนในปริมาณวันละ 400 มิลลิกรัมขึ้นไป หรือเทียบเท่ากับกาแฟมากกว่า 2 แก้ว อย่างไรก็ตาม การดื่มกาแฟอย่างน้อยวันละ 800 มิลลิกรัมนั้นน่าจะมีประสิทธิภาพดีที่สุด

ฝ่ายปกครองของญี่ปุ่นตกลงค่าเข้าร่วมคาสิโน? 6,000 แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะได้รับการยกเว้น

download

พรรคประชาธิปไตยเสรีนิยมและพรรคร่วมรัฐบาล Komeito ได้มีแผนที่จะกำหนดค่าธรรมเนียมการเข้าคาสิโนของประเทศถึง 6,000 เยนต่อเที่ยวสำหรับชาวญี่ปุ่น

การตัดสินใจเข้ามาเมื่อวันอังคารเป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้สรุปการเจรจาต่อรองเรื่องการเรียกเก็บเงินเพื่อให้สามารถจัดตั้งรีสอร์ทแบบบูรณาการรวมถึงคาสิโน

แผนเรียกร้องให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม แต่ชาวต่างชาติของญี่ปุ่นจะต้องเสียเงินruby888-slot.net

รัฐบาลจะนำร่างพระราชบัญญัตินี้ไปกำหนดให้มีขึ้นในวันที่ 20 มิถุนายน

แต่ก็ยังคงที่จะเห็นว่าบิลสามารถผ่านเป็นฝ่ายค้านยังคงต่อต้านกฎหมายเรียกร้องมันจะสร้างการติดการพนันติดยาเสพติดมากขึ้น

ก่อนที่ตกลงที่จะประนีประนอมกับค่าธรรมเนียม Komeito เรียกร้องให้รัฐบาลกลางเก็บเงิน? 8,000 ต่อครั้งซึ่งคล้ายกับค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บในสิงคโปร์ขณะที่ LDP เสนอเงิน 5,000 เยน
เพื่อให้สามารถเข้าถึงคาสิโนได้มากขึ้นซึ่งพวกเขากล่าวว่าจะให้ประโยชน์แก่ท้องถิ่นมากขึ้น เศรษฐกิจ

ในระหว่างการเจรจาของพวกเขาพรรคยังตกลงที่จะสร้างคาสิโนที่สามสถานที่เพื่อให้ชาวญี่ปุ่นเข้าเยี่ยมชมสิ่งอำนวยความสะดวกสามครั้งต่อสัปดาห์รวมเป็น 10 ครั้งต่อเดือนเพื่อ จำกัด พื้นที่ชั้นถึง 3 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมดของ
สิ่งอำนวยความสะดวกรีสอร์ทรวมและการเก็บภาษีร้อยละ 30 จากรายได้ที่สร้างโดยรีสอร์ท

ก.แรงงาน เตรียมส่งแรงงานกลับบ้านเทศกาลสงกรานต์อย่างปลอดภัย

L_jjb6abafdfaaegagbckda

กระทรวงแรงงาน เตรียมส่งพี่น้องแรงงานกลับบ้านช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างปลอดภัย พร้อมผนึกกำลังเครือข่ายลุยให้ความรู้ จัดกิจกรรมสนับสนุนแรงงานเดินทางอย่างปลอดภัย
พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวในงานแถลงข่าว “ส่งพี่น้องแรงงานกลับบ้านเทศกาลสงกรานต์อย่างปลอดภัย”
ว่า สถานประกอบกิจการส่วนใหญ่ได้กำหนดให้วันสงกรานต์เป็นวันหยุดตามประเพณีเพื่อให้ลูกจ้างได้เดินทางกลับภูมิลำเนากลับไปเยี่ยมครอบครัวและร่วมกิจกรรมตามประเพณีนิยม ซึ่งในปีนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้วันพฤหัสบดีที่ 12 เม.ย.61 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษhttp://brellabee.com
โดยเป็นวันหยุดต่อเนื่องในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ รวม 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 – 16 เม.ย.61 ประกอบกับคณะรัฐมนตรีมีมติพิจารณาผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมาที่ทำงานในประเทศไทย ประเภทกรรมกร รับใช้ในบ้าน ช่างเครื่องยนต์ในเรือประมงทะเล และผู้ประสานงานด้านภาษา
สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทางเพื่อร่วมงานประเพณีสงกรานต์และกลับเข้ามาในประเทศไทยได้ตั้งแต่วันที่ 5 -30 เม.ย.61 ดังนั้น ในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีผู้ใช้แรงงานทั้งชาวไทยและต่างด้าวเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะมีไทยเดินทางไปกลับบ้านประมาณ สี่ล้านคน และแรงงานต่างด้าวเดินทางเข้า-ออกกว่าสองแสนคน

7-แรงงานทเตรยมกลบจงหวดเกาะสอง

รมว.แรงงาน กล่าวต่อไปว่า กระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยพี่น้องแรงงานทุกคน และเพื่อให้เดินทางไปกลับได้อย่างปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ ตลอดจนมีความสะดวกในการเดินทาง
กระทรวงแรงงานได้ขอความร่วมมือนายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของลูกจ้างพนักงาน โดยเฉพาะในกิจการขนส่งจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งในเรื่องชั่วโมงการทำงาน เวลาพัก และการทำงานล่วงเวลา
รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับเส้นทางการเดินทาง ตารางเวลารถโดยสาร เส้นทางการจราจร การเตรียมยานพาหนะและวินัยจราจร เป็นต้น ในส่วนของลูกจ้างขอให้วางแผนในการเดินทางทั้งไปและกลับ เตรียมตัวให้พร้อม
สำหรับลูกจ้างต่างด้าวต้องเตรียมเอกสารประจำตัวให้พร้อมเพื่อให้เดินทางผ่านเข้าออกได้อย่างสะดวก ทั้งนี้ ได้ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างความร่วมมือกันส่งพี่น้องแรงงานกลับบ้านเทศกาลสงกรานต์อย่างปลอดภัย
เช่น กรมการขนส่งทางบกในการจัดรถสาธารณะให้เพียงพอ กรมทางหลวงในการดูแลเรื่องการจราจร เป็นต้น นอกจากนี้ กระทรวงแรงงาน ยังได้เปิดคลินิกช่างให้บริการตรวจความพร้อมยานพาหนะที่ใช้เดินทาง เปิดให้บริการนวดผ่อนคลาย
จัดรถบริการตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ แจกเวชภัณฑ์ให้กับผู้ใช้แรงงาน ณ สถานีขนส่งหลัก ตลอดจนเปิดบริการสายด่วน 1506 คอยให้ความช่วยเหลือตลอดช่วงเวลาดังกล่าว

แชมป์เปี้ยนGSB TBSL2018 ได้แก่ ทีมสโมสรโมโนแวมไพร์ บาสเกตบอลคลับ เงินรางวัล 3 ล้านบาท

บาส

รองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีมสโมสรไฮเทค บาสเกตบอลคลับ เงินรางวัล 2 ล้านบาท
รองชนะเลิศอันดับที่ 3 ได้แก่ ทีมสโมสรแมดโกท เงินรางวัล 1.5 ล้านบาท
ควอเตอร์แรก เริ่มเกมเป็นทางไฮเทคที่ออกสตาร์ทได้ค่อนข้างดี ด้วยการรันเล็กๆที่ 0-6 แต้ม แต่ด้วยโมโน แวมไพร์ที่ไม่อยากให้มีเกมที่สาม ทำให้เหล่าค้างคาวอมตะค่อนข้างมีความมุ่งมั่นมากที่เดียว
จึงส่งผลให้รูปเกมสนุกสูสีทีเดียว หลังจากนั้น ไฮเทคที่ใช้เกมรุกแบบส่องไกลกับระยะกลางเป็นส่วนใหญ่เพื่อดึงให้ “ดิกัวร่า มัลเตส” ออกจากใต้แป้นแล้วค่อยบุกเข้าใน สร้างปัญหาให้โมโน แวมไพร์พอสมควร ก่อนจะปิดควอเตอร์ไปที่สกอร์ 22-22 คะแนนhttp://ruby888-slot.net

ควอเตอร์สอง เปิดฉากเป็นทางไฮเทคที่ออกสตาร์ทได้ดีอีกครั้ง ด้วยการรันเล็กๆ 1-11 แต้ม ทำให้โมโน แวมไพร์ต้องขอเวลาเพื่อเบรกเกมและก็ค่อนข้างได้ผล สามารถลดช่วงว่างของแต้มได้ดี
ทำให้รูปเกมกลับมาสนุกสูสีกันอีกครั้ง และด้วยการจ่ายบอลที่ชาญฉลาดของ “เจสัน บริคแมน” แต่โมโน แวมไพร์ ก็ยังคงมีปัญหาในการป้องกันเกมบุกของไฮเทค ทำให้จบควอเตอร์ไปที่สกอร์ 35-42 คะแนน

ควอเตอร์สาม เริ่มครึ่งหลังขอเกมเป็นทั้งสองทีมที่ทำผลงานได้สูสีกัน แต่ไฮเทคจะได้เปรียบจากแต้มที่สะสมไว้ในช่วงครึ่งแรก ขณะที่โมโน แวมไพร์ก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะปิดเกมนี้ด้วยชัยชนะให้ได้เช่นกัน
และทำได้ดีทีเดียวจนสามารถทำแต้มไล่เกาะติดอีกครั้ง หลังจากนั้นรูปเกมสนุกสูสีชนิดยิงมายิงกลับ ก่อนจะจบควอเตอร์ไปที่สกอร์ 52-58 คะแนน

ควอเตอร์สี่ เปิดฉากเป็นทั้งสองทีมที่ชิงไหวชิงพริบกันโดยตลอด แล้วในโมโน แวมไพร์ปรับเปลี่ยนแผนมาใช้ลูกส่องไกลเป็นหลักและก็แม่นที่เดียว โดยเฉพาะ “ซามาร์ พอล” ทำให้แต้มกลับมาเสมอกัน
ทำให้เกมกลับมานับหนึ่งกันใหม่ หลังจากนั้น ผู้เล่นอิมพอร์ตของโมโน แวมไพร์ค่อยๆช่วยกันทำเกมบุกได้ดีพร้อมกลับพลิกขึ้นนำได้สำเร็จ และทิ้งระยะห่างออกไปพอสมควร ขณะที่ไฮเทคตื้อไป ทำให้ โมโน แวมไพร์สามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้ที่สกอร์ 81-69 คะแนนและเป็นการที่ชนะ 2 เกมรวด

งบฯกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก 5.3 หมื่นล้าน “บิ๊กตู่” เข้มทุกขั้นตอน ปิดช่องคนโกง

นับ 1 ไทยนิยม ยั่งยืน โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่หมู่บ้าน-ชุมชน 82,371 หมู่บ้าน-ชุมชนละไม่เกิน 2 แสนบาท เม็ดเงินรวมกันกว่า 16,474 ล้านบาท ในช่วงโค้งสุดท้ายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนระฆังการเมืองดังขึ้น-ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองได้ พล.อ.ประยุทธ์-ขุนพลทหาร ขอออกหมัดทำคะแนนหนีคู่แข่ง-เรียกกระแสรัฐบาลทหารให้กลับมาติดชาร์ตอีกครั้ง

เม็ดเงิน 2 หมื่นล้านบาท ที่ลงไปครั้งนี้ มีหลักเกณฑ์-เงื่อนไข (TOR) โครงการแต่ละหมู่บ้าน-ชุมชน เสนอโครงการที่มี “ความพร้อม” ได้ ไม่เกิน 2 โครงการ ซึ่งได้รับข้อมูลปัญหา-ความต้องการจากเวทีประชาคมไทยยั่งยืน หรือแผนพัฒนาหมู่บ้าน-ชุมชนระยะเวลาดำเนินโครงการต้องไม่เกิน 120 วัน หรือเริ่มต้นโครงการตั้งแต่เดือน เม.ย. 61 กระทั่งเสร็จสิ้นโครงการไม่เกินเดือน ก.ค. 61

ขณะที่ลักษณะของโครงการจะต้องเป็นโครงการที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนในหมู่บ้าน-ชุมชน เป็นโครงการที่สามารถทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก-ยกระดับหรือพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

เนื่องจากโครงการลักษณะ-รูปแบบเดียวกับ “ไทยนิยม ยั่งยืน” ไม่ใช่โครงการแรกในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ หว่านงบฯ-อัดฉีดเงินลงไปในหมู่บ้าน-ชุมชน

ก่อนหน้าที่ ครม.ได้อนุมัติโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐประจำปีงบประมาณ 2559 วงเงินไม่เกิน 15,000 ล้านบาท หรือหมู่บ้านละ 2 แสนบาท

นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ ประจำปีงบประมาณ 2560 วงเงิน 18,760 ล้านบาท หรือหมู่บ้านละ 250,000 บาท

ทว่าผลลัพธ์ที่ออกมาทั้ง 2 ครั้ง ประสบปัญหาหลายประการ เช่น การดำเนินโครงการล่าช้า ช่วงเวลาดำเนินโครงการไม่เหมาะสม

ดังนั้น การดำเนินโครงการครั้งนี้ จึงมีหลักเกณฑ์-เงื่อนไข และข้อห้ามจำนวนมาก เช่น ให้ใช้แรงงานคนไทยในพื้นที่หมู่บ้าน-ชุมชน หากไม่เพียงพอให้ใช้แรงงานในพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน ห้ามจ้างแรงงานต่างด้าว

ห้ามนำงบประมาณไปต่อยอดเงินกองทุนหมู่บ้าน-ชุมชน หรือในลักษณะกองทุนหมุนเวียน ห้ามนำงบประมาณไปดำเนินโครงการ-กิจกรรม โดยวิธีหารเฉลี่ยหรือแบ่งเงิน สิ่งของ ห้ามแจกจ่ายเป็นเงินหรือสิ่งของ ห้ามนำไปใช้ในลักษณะให้กู้ยืม

ห้ามดำเนินโครงการฝึกอบรม สัมมนา ศึกษาดูงาน การจัดนิทรรศการ ไม่เป็นโครงการที่ซ้ำซ้อน ห้ามมิให้ดำเนินการที่เป็นสิ่งก่อสร้างในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เว้นแต่ได้รับการอนุญาต

ห้ามก่อสร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซม เกี่ยวกับศาสนสถาน สถานศึกษา สถานที่ราชการ ยกเว้นเป็นที่ตั้งโครงการที่เป็นสาธารณประโยชน์และได้รับอนุญาต

ห้ามดำเนินโครงการในที่สาธารณประโยชน์ ยกเว้น ซ่อมแซมสาธารณประโยชน์ที่มีอยู่แล้วในที่สาธารณประโยชน์ หรือโครงการที่เป็นการดูแลป้องกันที่สาธารณประโยชน์

ห้ามจัดทำโครงการซื้อครุภัณฑ์ เว้นแต่ เป็นการจัดซื้อครุภัณฑ์จำเป็นเพื่อประกอบโครงการและจะต้องจัดทำแผนการใช้งาน บำรุงรักษา และมีคณะกรรมการหมู่บ้าน-ชุมชน หรือคณะกรรมการกลุ่ม-คณะกรรมการบริหารโครงการรับผิดชอบที่

ทั้งนี้ ครุภัณฑ์ที่จัดซื้อต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.)

ห้ามจัดซื้อครุภัณฑ์ยานพาหนะประเภทใช้เครื่องยนต์หรือเครื่องไฟฟ้า รถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์สื่อสาร เช่น วิทยุสื่อสาร โทรศัพท์มือถือ กล้องวงจรปิด แผงโซลาร์เซลล์ วัสดุครุภัณฑ์ที่ผ่านการใช้แล้วและเครื่องออกกำลังกายที่ใช้พลังงานไฟฟ้า

สุดท้ายแล้วผลลัพธ์จะออกมาดั่งใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ตั้งใจไว้หรือไม่

4 เดือนนับจากนี้เป็นคำตอบ

Gclub สมาชิกใหม่โบนัส100% การเงินที่มั่นคง มั่นใจได้ ชัวร์

gclub

Gclub คาสิโนออนไลน์ ถ่ายทอดสดจากคาสิโนจริง สมัคร Gclub สมาชิกใหม่โบนัส 100%

Gclub ถ่ายทอดสดมาจาก บ่อนคาสิโนต่างประเทศ คือ Poipet Resort และ Diamond Crown คาสิโนในกัมพูชา สถานที่ตั้งของอาณาจักร จีคลับ อยู่ที่ POIPET ประเทศ กัมพูชา เป็นเว็บของบ่อนคาสิโนที่ตั้งขึ้นถูกต้องตาม กฎหมาย

เราคือเอเย่นต์โดยตรงจากทาง Gclub ให้บริการมาอย่างยาวนานมีรากฐานทางการเงินที่มั่นคง และมีระบบข่าวสารที่มีความ ปลอดภัยสูงพอที่ได้รับความเชื่อถือจากสมาชิก ท่านจะได้รับหลักประกันที่มั่นคงต่อผลประโยชน์ของท่าน เป็นบ่อนคาสิโนที่มีใบอนุญาตให้เปิดทำการเป็นพิเศษ โดยอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของ ประเทศกัมพูชา จุดเด่น เป็นบ่อนการพนันที่เปิดเผยระบบการเงินถูกควบคุมดูแลด้วยกฎหมายและกฎทางการค้า ดังนั้น ไม่ว่าสถานการณ์ใด สมาชิกก็สามารถเชื่อถือได้ ไม่ว่าสถานการณ์ใดๆ

โอกาสสุดท้ายของชีวิต เที่ยงคืนวันนี้ปิดแถวกราบพระบรมศพ ร.9

กราบพระบรมศพ

พสกนิกรจากทั่่วสารทิศ หลั่งไหลเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างเนืองแน่น แม้ว่าต้องใช้เวลามากกว่า 10 ชั่วโมง โดยเวลา 24.00 น. วันนี้ สำนักพระราชวังจะปิดการเข้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้ามืดวันนี้ (5 ต.ค.) จำนวนประชาชนที่รอคิวเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ภายในพระบรมมหาราชวังยังไม่ขาดสาย แม้ขณะนี้มีฝนตกโปรยปรายลงมาบริเวณท้องสนามหลวงทุกคนก็ไม่ย้อท้อ ยังคงยืดหยัดที่จะเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต โดยส่วนหนึ่งเป็นประชาชนที่เดินทางมารอคิวตั้งแต่ช่วงเย็นถึงค่ำของเมื่อวานนี้ (4 ต.ค.) และตกค้างอยู่ภายในเต็นท์พักและแถวเข้าคิวซึ่งเป็นจำนวนหลายหมื่นคน

ตลอดทั้งวันที่ผ่านมาประชาชนทุกเพศทุกวัย เดินทางมาเข้าแถวเพื่อรอผ่านจุดคัดกรองทั้ง 2 จุดเป็นจำนวนมาก โดยจุดคัดกรองที่ 1 หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ท้ายแถวของเมื่อวานนี้อยู่บริเวณแยกผ่านฟ้าลีลาศ โดยประชาชนต้องเดินวนมาที่ถนนมหาไชย เข้าสู่ถนนศิริพงษ์ข้างศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร และวนกลับลานคนเมืองเพื่อเข้าถนนสนามไชย ผ่านพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ เข้าถนนราชดำเนินกลางตลอดทั้งเส้น ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย – แยกคอกวัว – โรงแรมรัตนโกสินทร์เพื่อเข้าสู่จุดคัดกรองที่ 1 และเต็นท์ภายในสนามหลวง ส่วนจุดคัดกรองที่ 2 ที่แยกวงเวียนรักษาดินแดน (รด.) ท้ายแถวของเมื่อวานนี้ยาวไปถึงท่าช้าง ซึ่งมีจำนวนประชาชนมากมายไม่แตกต่างกัน

สำหรับวันนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่เปิดให้ประชาชนได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สำนักพระราชวังจะเปิดจุดคัดกรอง 2 จุด บริเวณฝั่งโรงแรมรัตนโกสินทร์ และจุดคัดกรองวงเวียนรด.ไปจนถึงเวลา 24.00 น. โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า จะให้ประชาชนที่มารอในวันนี้ได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพจนครบทุกคน แม้จะล่วงเลยไปถึงในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ หรือ ถึงเที่ยงวันพรุ่งนี้ ก็ตาม

“มะเขือเทศ” สู้(สู้) หวัดแดด

ฟิดๆๆๆ จมูกแดงๆ น้ำตาคลอๆ แล้วเสียงฮัดเช้ยก็ดังสนั่นหวั่นไหว พาเอาไวร้งไวรัสกระเด็นไกลไปกับน้ำลาย ถึงฝนไม่ตกก็เป็นหวัดแดดได้ ถ้าร่างกายไม่แข็งแรง ยิ่งช่วงนี้ต้องเสียน้ำตาเป็นเผาเต่ากับตอนอวสานของละครหลังข่าวหลายต่อหลายเรื่อง น้ำมูกท่วมจอขนาดนี้ “มะเขือเทศ” ช่วยได้

เพราะวิตามินซีนั้นไม่ได้มีแค่ในผลไม้เปรี้ยวๆ มะเขือเทศที่สาวๆ นิยมใช้ช่วยเรื่องความงาม ทั้งกินทั้งฝานแปะหน้า สร้างความชุ่มชื้นให้แก่ผิวพรรณ ก็ช่วยได้ จะรับประทานเป็นลูกก็ได้ หรือจะให้ง่าย คั้นเป็นน้ำดื่มยิ่งดี แต่ถ้าเบื่อจะสลับเป็นน้ำฝรั่ง น้ำกีวี ช่วยได้ทั้งนั้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่เสียท่าเป็นหวัดแดดไปแล้ว ไม่เป็นไร วิธีรักษาเยียวยา ให้พักผ่อนมากๆ ดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว เพื่อลดการสูญเสียน้ำตาเอ๊ย เหงื่อในฤดูร้อน ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการออกแดดสักระยะ โดยเฉพาะแดดตอน 10.00-15.00 น.

ระวัง! จับคู่ผลไม้ห้ามกิน ข้อมูลมั่วไร้ผลวิจัยชี้ชัด

รศ.วิสิฐ จะวะสิต ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีการเผยแพร่ข้อมูลการรับประทานผลไม้บางอย่างคู่กันจะก่อโทษต่อร่างกาย ส่งผลให้หลายคนเมื่อรับข้อมูลเหล่านี้ก็หวาดวิตก ไม่ว่าจะเป็นการกินกีวีและแอปเปิลคู่กันจะทำให้เกิดโรคหัวใจ หรือ การกินมะม่วงดิบคู่กับกล้วยจะทำให้เกิดโรคตับแข็ง ทั้งหมดล้วนไม่เป็นความจริง เพราะไม่เคยมีการศึกษาใดๆ ที่พบว่าการกินผลไม้จะเกิดโทษ ยกเว้นผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องระวังเรื่องการทานผลไม้รสหวาน แต่โดยรวมผลไม้ถือว่ามีประโยชน์มาก ส่วนปริมาณที่ควรรับประทานนั้นอยู่ที่ 400 กรัมต่อวัน ซึ่งข้อมูลที่ผ่านมาพบว่าคนไทยทานเพียงวันละ 100 กรัมเท่านั้น อย่างไรก็ตาม สำหรับคุณค่าในผลไม้มีทั้งน้ำตาล มีวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร ซึ่งพบว่ามีสูงกว่าในผักด้วยซ้ำ และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดมะเร็งอีกด้วย

รศ.วิสิฐกล่าวอีกว่า ตามหลักโภชนาการแนะนำให้รับประทานผลไม้อย่างหลากหลาย การทานผลไม้หลายๆ ชนิดจึงเป็นข้อดีและเป็นสิ่งที่แนะนำ ไม่เคยมีการศึกษาหรือผลวิจัยใดๆ ที่ห้ามการรับประทานผลไม้บางชนิดพร้อมกัน ซึ่งอาจจะมีบ้างที่ระบบการย่อยในบางคนจะไม่รับผลไม้บางประเภทแล้วทำให้เกิดการย่อยยาก เช่น บางคนทานมะม่วงแล้วท้องอืดเพราะไม่สามารถย่อยแป้งได้ หรือบางคนทานแอปเปิลแล้วเกิดก๊าซในกระเพาะอาหารบ้าง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นเฉพาะบางคนเท่านั้น และไม่ได้ถือว่าเป็นโทษร้ายแรงแต่อย่างใด ส่วนมากสารโปรไบโอติกที่อยู่ในผลไม้จะช่วยระบบย่อยได้ดีมากกว่าเกิดโทษ ซึ่งในผลไม้ชนิดเดียวกันในช่วงการสุกที่ไม่เท่ากันก็ยังมีประโยชน์ที่แตกต่างกันด้วย

รศ.วิสิฐกล่าวว่าการทานผลไม้ถือเป็นสิ่งที่จะช่วยป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้เป็นอย่างดี เพราะพบว่าคนไทยยังบริโภคโพแทสเซียมไม่เพียงพอ จากปริมาณที่ควรได้รับต่อวันอยู่ที่ 3,500-4,000 มิลลิกรัม แต่คนไทยยังได้รับอยู่ที่ 1,000-2,000 มิลลิกรัมต่อวันเท่านั้น ซึ่งพบว่าโพแทสเซียมจะมีอยู่มากในผลไม้ โดยโพแทสเซียมจะช่วยลดความดันโลหิตและป้องกันการเกิดโรคความดันโลหิตสูงได้เป็นอย่างดี ส่วนผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ต้องระวังเรื่องน้ำตาล ก็ยังมีข้อถกเถียงว่าการได้รับน้ำตาลจากผลไม้อาจดีกว่าการได้รับจากน้ำตาลจากเครื่องดื่ม หรือการบริโภคอาหารในชีวิตประจำวันอยู่ดี

“ลงแดง” อาการสำคัญช่วงงดเหล้า!!!

ทั้งเหล้าทั้งเบียร์ลองติดให้เข้าแล้ว จะหยุดดื่มกันดื้อๆ นั้นไม่ขอแนะนำ เพราะหากอยู่ดีๆ จากเคยได้รับแอลกอฮอล์เป็นประจำกลับไม่ได้ดื่มในเวลาที่เคยดื่ม ร่างกายจะปรับสภาพไม่ทัน รายไหนรายนั้นต้องมีอาการ “ลงแดง” ตามมาอย่างแน่นอน
นักดื่ม “สายอาชีพ” ที่ติดเหล้าหนัก แอลกอฮอล์จะมีผลต่อทุกเซลล์ของร่างกายโดยเฉพาะระบบประสาท เมื่อได้รับแอลกอฮอล์เป็นประจำ
สมองจะปรับตัวต้องการแอลกอฮอล์เพื่อการดำเนินชีวิตประจำวัน การทำงาน ความคิด อารมณ์ และการกระทำทั้งหมดขึ้นกับแอลกอฮอล์
เมื่อหักดิบหยุดดื่ม ไม่ทันข้ามวันรับรองว่ามีอาการลงแดงทุกคน ฉะนั้นหากตั้งใจจะงดเหล้าเข้าพรรษาที่จะถึงนี้แล้วล่ะก็ นักดื่มและญาติใกล้ชิด ต้องเตรียมแผนการรับมืออาการหนักหน่วงที่จะเกิดขึ้นในช่วง 1 – 7 วันไว้ด้วย บางคนอาจมีอาการน้อยแค่เนื้อตัวสั่น แต่สำหรับผู้ติดสุราอาการจะรุนแรงถึงขั้นประสาทหลอน
ระดับขั้นของการลงแดง

ลงแดงธรรมดา 6 – 8 ชั่วโมงหลังจากหยุดดื่ม จะมีอาการคือ มือสั่น ใจสั่น คลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อแตก หัวใจเต้นเร็ว นอนไม่หลับ ความดันสูง วิตกกังวล หงุดหงิด กระสับกระส่ายเหมือนหนูติดจั่น เป็นต้น โดยจะมีอาการรุนแรงที่สุดช่วง 24 – 36 ชั่วโมงหลังจากหยุดดื่ม และจะค่อยๆ ทุเลาและหายเองได้ภายใน 3 – 4 วัน
ลงแดงซับซ้อน เมื่อหยุดดื่มหรือลดปริมาณการดื่มภายใน 1 วัน จะเริ่มจากอาการลงแดงแบบปกติก่อนแต่รุนแรงกว่า และมีอาการแทรกซ้อนทางจิตเกิดขึ้นร่วมด้วยภายใน 8 – 12 ชั่วโมง เช่น หูแว่ว หลงผิด เห็นภาพหลอน และมักเกิดอาการชักภายใน 12 – 48 ชั่วโมง ควรพบแพทย์เพื่อรับยาคลายเครียดและวิตามินบี และควรตรวจหาโรคที่เกิดจากสุรา เช่น โรคตับ และโรคหัวใจ ด้วย
ลงแดงเพ้อคลั่ง อาการลงแดงที่รุนแรงที่สุด จะเกิดขึ้นภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากหยุดหรือลดปริมาณการดื่ม ถือเป็นอาการฉุกเฉินที่ต้องไปหาหมอทันที เพราะมีความเสี่ยงถึงขั้นตาย อาการเด่นๆ คือ สับสนเพ้อคลั่ง หงุดหงิดกระสับกระส่ายอย่างรุนแรง สูญเสียความทรงจำระยะสั้น ไม่รู้เวลา สถานที่ และบุคคล ประสาทหลอนคิดว่าจะมีใครมาทำร้าย อาจรุนแรงถึงขั้นทำร้ายตัวเองและคนอื่นได้

ทางแก้อาการนอนไม่หลับ เพราะขาดเหล้า
ออกกำลังกายเช้า-เย็น แต่ไม่ควรเกิน 2 ทุ่ม
งดดื่มกาแฟ ชา และเครื่องดื่มบำรุงกำลัง หลังบ่าย 2
ไม่ดื่มน้ำหรือกินข้าวเย็นมากเกินไป และเลี่ยงอาหารรสเผ็ด
อย่านอนตอนบ่าย เพราะตกกลางคืนจะไม่ง่วง
ไม่นั่งทำงาน หรือเปิดทีวีในห้องนอน
ถ้าผ่านไป 30 นาทียังนอนไม่หลับ ให้ลุกจากเตียงทันทีไปสวดมนต์ อาบน้ำอุ่น หรือเปิดเพลงเบาๆ แล้วค่อยมาลองนอนใหม่
ฝึกนั่งสมาธิ และเข้านอนให้เป็นเวลา
เปลี่ยนผ้าปูที่นอนหรือจัดห้องนอนใหม่ให้รู้สึกโล่งและนอนสบายที่สุด